1. การประกันคุณภาพการศึกษา  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

แผนผังลำดับงาน: ขั้นตอนการสำรอง: บทนำ 

 

1.1 ปณิธาน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาค จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐและเจตนารมณ์ของประชาชนในภาคเหนือ ให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติโดยส่วนรวม

มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นแหล่งสะสม ค้นคว้า วิจัย และถ่ายทอดความรู้ ตามหลักแห่งเสรีภาพทางวิชาการ โดยยึดมั่นในสัจธรรมและคุณธรรม เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ การประยุกต์ เผยแพร่ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

บัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พึงฝักใฝ่ในการฝึกตน เป็นผู้รู้จริง คิดเป็น ปฏิบัติได้ สามารถครองตน ครองคน ครองงานด้วยมโนธรรมและจิตสำนึกต่อสังคม

               

1.2 วิสัยทัศน์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำตามมาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นการวิจัย มีการผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและคุณภาพ มีการบริหารจัดการที่ดีตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

                1.3 พันธกิจ

1.     จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิชาชีพชั้นสูง โดยมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ บัณฑิตมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล และรอบรู้คู่คุณธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

2.       ผลิตผลงานวิจัยในทุกสาขาวิชา เพื่อสามารถสนับสนุนการเรียนการสอน และนำไปถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศไทยได้

3.       ให้บริการวิชาการแก่สังคม มีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

4.       ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคเหนือ

5.       พัฒนาระบบการบริหารและการจัดการในทุกๆ ด้าน ด้วยหลักธรรมาภิบาล พึ่งพาตนเอง โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

1.4 วัตถุประสงค์

1.     เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถในระดับมาตรฐานสากล ใฝ่รู้ มีวินัย มีคุณธรรม จริยธรรม มีความพอเพียง รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี และอยู่ในสังคมไทยได้อย่างมีความสุข

2.     เพื่อผลิตงานวิจัยให้มีคุณภาพในระดับสากล มุ่งเน้นการวิจัยที่สร้างองค์ความรู้ใหม่ นวัตกรรม เพื่อนำผลวิจัยไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนและนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือ ประเทศ และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

3.       เพื่อให้บริการวิชาการแก่สังคมด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมเรียนรู้และพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองและมีภูมิคุ้มกันที่ดี

4.       เพื่อเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นภาคเหนือ

5.       เพื่อเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

6.       เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้ชั้นสูง (Knowledge Center) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

7.     เพื่อให้มีระบบบริหารงานที่ทันสมัย มีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ พึ่งพาตนเองด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการ

8.       เพื่อร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศและต่างประเทศด้านการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการแก่สังคม

9.       เพื่อจัดหาทรัพยากรและรายได้มาสนับสนุนการบริหารจัดการงานในทุกด้านอย่างเหมาะสม เพียงพอ และสามารถพึ่งตนเองได้

10.    เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับนักศึกษาเก่าอย่างต่อเนื่อง

 

1.5 การประกันคุณภาพการศึกษา

ปี พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เริ่มมีการจัดสัมมนาให้กับผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากร เพื่อให้ตระหนักในความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาและมีแนวทางของการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาในหน่วยงาน ขณะเดียวกันก็มีการทำวิจัยเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาและการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพของหน่วยงานขึ้นทำให้ประชากรของมหาวิทยาลัยเกิดการตื่นตัวในเรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา และเมื่อทบวงมหาวิทยาลัย (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในปัจจุบัน) ได้ประกาศนโยบายเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 และมีการจัดสัมมนาอีกหลายครั้ง จึงเป็นการส่งเสริมที่ช่วยผลักดันให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการเรื่อง การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ได้มีการจัดสัมมนาภายในหน่วยงานเป็นระยะเพื่อสร้างความเข้าใจและระดมความคิดเห็น

                ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2540 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แต่งตั้งคณะทำงานเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อทำหน้าที่จัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนวปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษา แบบประเมินปัจจัย

และพัฒนาโปรแกรมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา และมอบหมายให้กองบริการการศึกษาเป็นหน่วยงานรองรับการดำเนินการประกันคุณภาพทางการศึกษาของมหาวิทยาลัย

                มหาวิทยาลัยได้จัดสัมมนาอาจารย์ และข้าราชการของมหาวิทยาลัยเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการประกันคุณภาพการศึกษา แนวปฏิบัติในการควบคุมคุณภาพปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาและแบบประเมินปัจจัยดังกล่าว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2540 ภายหลังการปรับแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ได้นำเสนอคณะกรรมการวิชาการมหาวิทยาลัยและที่ประชุมคณบดีพิจารณา ได้รับความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 8 และ 14 มกราคม 2541 ตามลำดับ และสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการประชุมครั้งที่ 1/2541  วันที่ 17 มกราคม 2541 ได้ให้ความเห็นชอบและให้ออกประกาศเรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2541

                มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขึ้นเมื่อวันที่  24 มีนาคม 2541 โดยในการประชุมครั้งที่ 1/2541 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2541 ได้ให้ความเห็นชอบแนวปฏิบัติในการควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาและแบบประเมินปัจจัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของแต่ละหน่วยงานในมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยได้มีการจัดทำเอกสารแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2541 ออกเผยแพร่

                ในการประชุมคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ครั้งที่ 3/2541 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2541 ได้เห็นชอบให้คณะ สถาบัน สำนัก เริ่มทำการประเมินปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษา จำนวน 7 ปัจจัย และรายงานผลต่อมหาวิทยาลัยตามกำหนด นอกจากนี้ได้จัดทำดัชนีบ่งชี้คุณภาพการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย และได้มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระดับบัณฑิตศึกษาในขั้นต้นและรายงานผลแล้ว

                ในปี 2542 คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยได้ทบทวนและเสนอแผนปฏิบัติงานการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2542 – 2545 เพื่อเป็นกรอบการทำงานของหน่วยงาน ตลอดจนเห็นชอบให้เพิ่มปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาจาก 15 ปัจจัย เป็น 17 ปัจจัยโดยให้จัดปัจจัยดังกล่าวภายใต้กรอบ 9 องค์ประกอบตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อเตรียมการสำหรับการตรวจสอบของทบวงมหาวิทยาลัยหรือองค์กรภายนอก และได้มีการจัดประชุมสัมมนาเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการศึกษาตนเอง และการเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจสอบโดยองค์กรภายนอกอีกหลายครั้ง

                ตามแผนของทบวงมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ.2543 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะที่จะได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากองค์กรภายนอก 5 คณะคือ คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ สำหรับแผนการตรวจสอบคุณภาพในปี พ.ศ.2544  มี 9 คณะคือ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และคณะอุตสาหกรรมเกษตร และ พ.ศ.2545 มี 2 คณะคือ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะวิจิตรศิลป์

                ในระยะแรกของการตรวจสอบคุณภาพนี้ ทบวงมหาวิทยาลัยจะเน้นที่คณะก่อน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็มีนโยบายชัดเจนว่า สถาบัน และสำนัก ต้องมีการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในหน่วยงานด้วย และในแผนปฏิบัติงานก็ได้กำหนดระยะเวลาของการตรวจสอบคุณภาพของสถาบันและสำนักไว้แล้ว และที่สำคัญคือคุณภาพการศึกษาโดยรวมของมหาวิทยาลัย คือ ผลรวมของคุณภาพของทุกหน่วยงานนั่นเอง โดยเฉพาะในการจัดอันดับหรือระดับมหาวิทยาลัย โดยองค์กรภายนอกนั้นจะเป็นการประเมินมหาวิทยาลัยในภาพรวม ดังนั้น สถาบัน และสำนัก จึงต้องมีการเตรียมการและดำเนินการในการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาเช่นกัน

                ปัจจุบันการประกันคุณภาพการศึกษา ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายระดับทบวงมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย แต่ได้กำหนดไว้ชัดเจนในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 เดือนสิงหาคม 2542 โดยระบุไว้ในหลักการจัดการศึกษา มาตรา 9 ข้อ 3 ว่า ให้มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นระบบอย่างจริงจัง

 

แผนผังลำดับงาน: ขั้นตอนการสำรอง: สาระเรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

 

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กำหนดให้การจัดการศึกษายึดหลักให้มีมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา และได้ให้ความหมายในเรื่องมาตรฐานการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และการประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก ตลอดจนกำหนดเรื่องที่ดำเนินการในมาตรา 4 และหมวด 6 ดังนี้

                มาตรา 4 ได้กำหนดความหมายไว้ดังนี้

                “มาตรฐานการศึกษา” หมายความว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมินผลและการประกันคุณภาพทางการศึกษา

                “การประกันคุณภาพภายใน” หมายความว่า การประเมินผลการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น

                “การประกันคุณภาพภายนอก” หมายความว่า การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรับรองเพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา

 

หมวด 6

มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา

 

                มาตรา 47 ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก ระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

                มาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก

                มาตรา 49 ให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษามีฐานะเป็นองค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการ และแนวการจัดการศึกษาในแต่ละระดับตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

                ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้ายและเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน

                มาตรา 50 ให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ตลอดจนให้บุคลากร คณะกรรมการของสถานศึกษา รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา ตามคำร้องขอของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงาน ดังกล่าวรับรองที่ทำการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษานั้น

                มาตรา 51 ในกรณีที่ผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาจัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้สถานศึกษาปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมิได้ดำเนินการดังกล่าวให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษารายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข

 

แผนผังลำดับงาน: ขั้นตอนการสำรอง: นโยบายในการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

 

ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2539 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและคุณภาพตามมาตรฐานสากลโดยทั่วไป รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่แปด (พ.ศ.2540-2544) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

                มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พิจารณาเห็นความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษา ดังกล่าวว่า จะสามารถสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการทั้งในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นไปตามความพร้อม ความชำนาญ และความเชี่ยวชาญของแต่ละคณะ/สถาบัน/สำนัก ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างคุณภาพมาตรฐานชั้นนำในระดับนานาชาติได้ จึงได้ประกาศนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น เมื่อวันที่  12  กุมภาพันธ์  2541 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการดังนี้

1.     ให้มีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและขั้นสูงที่มหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก ต้องบรรลุถึงโดยกำหนดเงื่อนไขเวลาที่ชัดเจน

2.   ให้มีการประเมินตีค่า (assessment) คุณภาพการศึกษาอย่างรอบด้าน โดยมีการระบุดัชนี (index) และตัวบ่งชี้ (indicators) ของคุณภาพการศึกษาแต่ละด้าน

3.   ให้มีการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษามาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยเน้นหลักการของการให้คณะ ภาควิชา สถาบันและสำนัก พัฒนาระบบและกลไกการควบคุมคุณภาพการศึกษาขึ้นภายในหน่วยงาน และสร้างความพร้อมที่จะให้หน่วยงานภายนอกหรือมหาวิทยาลัยเข้าไปตรวจสอบเพื่อการรับรองคุณภาพได้

4.   ส่งเสริมให้แต่ละคณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก จัดตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาขึ้นภายในหน่วยงาน โดยมีคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ดูแล ให้คำปรึกษา และประสานงาน เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5.   ส่งเสริมและสนับสนุนให้คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก ดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยใช้งบประมาณที่มีตามความจำเป็น

6.   ส่งเสริมให้หน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ ภาครัฐและเอกชน ทั้งภายในและต่างประเทศได้เข้ามาร่วมในกิจกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาของแต่ละคณะ สถาบัน และสำนัก เพื่อการพัฒนาและรับรองคุณภาพ

7.   สนับสนุนให้คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก เผยแพร่กิจกรรมการประกันคุณภาพ การศึกษาที่ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์คุณภาพการศึกษาของแต่ละหน่วยงาน

8.   กำหนดแนวทางการปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาขึ้นเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น โดยแต่ละคณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก อาจนำไปปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสภาพของหน่วยงาน

9.   ให้มีหน่วยงานรองรับงานประกันคุณภาพการศึกษา โดยใช้บุคลากรที่มีอยู่เดิมนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษานี้ ให้ใช้กับคณะ สถาบัน และสำนัก ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

แผนผังลำดับงาน: ขั้นตอนการสำรอง: แนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

               

                เพื่อให้การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงเห็นสมควรให้กำหนดแนวปฏิบัติเบื้องต้นขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาในคณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดังนี้

1.     แต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย ให้เป็นผู้ดูแล ให้คำปรึกษา ประสานงาน และตรวจสอบ ตลอดจนกำหนดดัชนีและตัวบ่งชี้ของคุณภาพการศึกษา เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะ ภาควิชา สาขาวิชา สถาบันและสำนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2.     มหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก ดำเนินกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา โดยใช้งบประมาณที่มีตามความจำเป็น

3.     คณะ ภาควิชา สาขาวิชา สถาบัน และสำนัก แต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาขึ้นเป็นการภายใน เพื่อพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษา กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและขั้นสูง และเงื่อนไขเวลาที่ต้องบรรลุ รวมทั้งกำหนดกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาให้เหมาะสมกับหน่วยงานประชาสัมพันธ์ภายในหน่วยงานและทำให้เกิดการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ขึ้น ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลคุณภาพการศึกษาภายในหน่วยงาน

4.     คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก จัดทำระบบข้อมูลที่ทันสมัย มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ เช่น ข้อมูลนักศึกษา บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ โสตทัศนูปกรณ์ ฯลฯ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

5.     มหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนัก มีวิธีการให้ได้มาซึ่งผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรและงาน

6.     คณะ ภาควิชา และสาขาวิชามีการศึกษาความต้องการ ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินหลักสูตรอย่างเป็นระบบ เพื่อนำผลมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพ

7.     คณะ ภาควิชา และสาขาวิชากำหนดระบบการวัดและประเมินผลการเรียนการสอนอย่างเป็นมาตรฐานและดำเนินการวัดและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ

8.     คณะ ภาควิชา สถาบัน และสำนักมีการประเมินผลประสิทธิภาพการสอนและผลการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างเป็นระบบและสม่ำเสมอ

9.     คณะ ภาควิชา สาขาวิชา สถาบัน และสำนัก มีการพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรในหน่วยงานทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานตามหน้าที่ เช่น การศึกษาต่อ ฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน และด้านประสบการณ์ทางการวิจัยอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

10.  สนับสนุนให้อาจารย์และบุคลากรผลิตผลงานทางวิชาการและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และให้มีการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนางานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการศึกษา โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณและให้มีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ

11.  สนับสนุนให้มีระบบห้องสมุดและระบบสารสนเทศให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่องและพอเพียงต่อความต้องการ และมีการติดตามผลการใช้และการบริการอย่างสม่ำเสมอ

12.  จัดระบบการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้งานอาคารสถานที่และทรัพยากรการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

13.  มีการจัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ภายในมหาวิทยาลัยและระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

14.  เปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและดำเนินกิจกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา

15.  มีระบบการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณาจารย์และบุคลากรที่รับผิดชอบต่องานพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเหมาะสม

16.  จัดทำรายงานเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา สาขาวิชา สถาบัน และสำนัก เผยแพร่แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

17.    ให้มีหน่วยงานรองรับงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ของมหาวิทยาลัย คณะ สถาบัน และสำนัก โดยใช้บุคลากรที่มีอยู่เดิม

 

แผนผังลำดับงาน: ขั้นตอนการสำรอง: เป้าหมายและวัตถุประสงค์

 

                มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการทั้งในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจแก่สังคมว่าได้จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ดังนี้

1.       พัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้มีประสิทธิภาพ

2.       ควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐาน

3.       ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานการควบคุมคุณภาพปัจจัยอย่างเป็นระบบและ  ต่อเนื่อง

4.       ให้คณะ สถาบัน สำนัก นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุง พัฒนาหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด

5.     พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบคุณภาพ (quality audit) และการประเมินคุณภาพ (quality assessment) โดยหน่วยงานภายนอก