วัตถุประสงค์  
 

1. อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการต่อกิ่งได้
2. บอกถึงวิธีการต่างๆ ที่ใช้ในการต่อกิ่งได้
3. อธิบายถึงขั้นตอนในการต่อกิ่งได้อย่างถูกต้อง
4. บอกถึงข้อดีและข้อเสียของวิธีการต่อกิ่งแบบต่างๆ ได้

 
 

 

       การต่อกิ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่ใช้เพศด้วยวิธีการนำกิ่งพืชสอง ชนิดมาเชื่อมต่อกันให้เจริญเป็นต้นเดียวกันส่วนของพืชที่เจริญเป็นรากเรียกว่า ต้นตอ (rootstock หรือ stock) และส่วนที่นำมาต่ออยู่บนต้นตอเป็นส่วนที่เจริญ เป็นกิ่งก้าน ออกดอกติดผลต่อไป เรียกว่า กิ่งพันธุ์ดี (scion) ซึ่งเป็นส่วนของ กิ่งพืชที่มีตามากกว่าหนึ่งตาขึ้นไปมาเชื่อมต่อกับต้นตอ

 

         ความสำเร็จของการต่อกิ่ง จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมีการเชื่อมต่อ ระหว่างเนื้อเยื่อต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี สามารถลำเลียงน้ำและอาหารผ่าน บริเวณรอยต่อ ได้เนื้อเยื่อบริเวณ รอยต่อ(graft union)นี้เกิดจากเนื้อเยื่อ ของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีมาเรียงตัว อยู่ด้วยกันโดยไม่เกิดการรวมตัวของเซลล์ระหว่างพืชทั้งสองชนิด

         เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นถูกสร้างขึ้นมา สมานแผลเป็น เซลล์ parenchyma จำนวนมากประกอบกัน เป็นเนื้อเยื่อ callus   เกิดขึ้นภายใน 2-3 วัน รอยแผลที่เกิดจาก การเฉือนกิ่งจะมีส่วนที่ตายไปและมีการสร้างสาร nicrotic เพื่อรักษาบาดแผล  ส่วนมากสารเหล่านี้จะหายไป เมื่อเกิดการเชื่อมต่อกันดีแล้วหรือยังอยู่ในช่องว่างระหว่าง เซลล์ก็ได้อาจพบเป็นเซลล์ที่ตายและเยินจากเนื้อเยื่อ

 
   

 

 การเกิดรอยต่อได้นั้นต้องวางให้เนื้อเยื่อแคมเบียมของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี อยู่แนบหรือใกล้กันมากที่สุดแล้วจะมีการสร้างเนื้อเยื่อแคลลัสใหม่เกิดขึ้น จากทั้งสองส่วนจนเต็มช่องว่างระหว่างกันเรียกว่า callus bridge ซึ่งจะมีการ พัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อเจริญ (vascular cambium) ภายใน 2-3 สัปดาห์และมี การสร้างท่อน้ำ (xylem) และท่ออาหาร (phloem) เชื่อมกันต่อไป

   การปรับสภาพแวดล้อมภายนอกให้เหมาะสมมีผลต่อความสำเร็จในการต่อกิ่งด้วย คือ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการแบ่งเซลล์บริเวณรอยต่ออยู่ระหว่าง 12.8-32.0 องศาเซลเซียส เมื่อเกิดเนื้อเยื่อ callus ขึ้นต้องควบคุมความชื้นบริเวณรอยต่อให้เหมาะสมเนื่องจากเซลล์มีผนังบางและเต่งจึงแห้งตายได้ง่าย จำเป็นต้องพันพลาสติกหรือใช้ถุงพลาสติกคลุมทับ การป้องกันแผลไม่ให้มีการติดเชื้อที่จะทำให้เน่าตายได้เช่นกัน

    นอกจากนั้นความสัมพันธ์ของระยะการเจริญเติบโตของตาบนกิ่งพันธุ์ดีจะต้องพอเหมาะกับการพัฒนาการของเนื้อเยื่อบริเวณรอยต่อด้วย กล่าวคือ ขั้นตอนการสร้างท่อน้ำท่ออาหาร ต้องเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะมีใบใหม่เจริญจากตาของกิ่งพันธุ์ดี มิฉะนั้นจะเกิดการแห้งตายของตานั้นได้

   
     การเข้ากันได้ (compatibility) ของพืชทั้งสองชนิดมีส่วนต่อความสำเร็จในการต่อกิ่งด้วย การเลือกใช้ต้นตอและกิ่งพันธุ์ที่มีความใกล้ชิดกันทางพฤกษศาสตร์จะต่อกันได้ดีและรอยต่อเจริญ เหมือนเป็นต้นเดียวกัน เช่น มะม่วงแต่ละพันธุ์จัดเป็นชนิด (species) เดียวกันจึงต่อกิ่งได้ง่าย แต่พืชบางชนิดสามารถเข้ากันได้ดีถึงแม้จะมีความแตกต่างกันมาก เช่น ส้มสามใบ (Poncitrus trifoliata) ต่อด้วยส้มเขียวหวาน (Citrus reticulata) มีพืชหลายคู่ที่สามารถต่อกันได้ในระยะแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะมีอาการของการเข้ากันไม่ได้ (incompatibility) เกิดรอยต่อแยกจากกันหรือมีการเติบโตผิดปกติ เช่น ต้นดอนย่าสีชมพูต่อบนดอนย่าสีขาว  
 
 
 
       ทักษะและประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานมีส่วนสำคัญเช่นกัน นอกจากนั้นเครื่องมือที่ใช้ คือ มีดเฉือนกิ่ง ควรอยู่ในสภาพที่คมสามารถเฉือนกิ่งได้โดยไม่ทำให้เนื่อเยื่อชอกช้ำหรือเยินเสียหาย ผู้ปฏิบัติงานต้องทำงานอย่างรวดเร็วและรักษาความสะอาดของแผลบนกิ่งพันธุ์ดี และต้นตอด้วย การเลือกใช้วิธีการต่อกิ่งที่เหมาะสมกับพืชและระยะเวลาเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้ปฏิบัติงานต้องให้ความสำคัญด้วย กล่าวคือการเลือกใช้วิธีต่อกิ่งกับต้นพืชที่อยู่ในระยะการเจริญเติบโตสามารถลอกเปลือกได้ หรืออยู่ในระยะพักตัว นอกจากนั้นการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดภายหลังการปฏิบัติงานมีส่วนต่อความสำเร็จของงานด้วย    
 

 

วิธีการต่อกิ่ง   

   
       สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช อายุและขนาดของพืชด้วย นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของการต่อกิ่งนั้นๆ ด้วย ในแต่ละวิธีที่จะกล่าวถึงต่อไปนั้นมีหลักพิจารณาในการเลือกปฏิบัติคือ การลอกเปลือกไม้ และการตัดยอดของต้นตอ      
 

 

ประโยชน์ของการต่อกิ่งและการนำไปใช้

     
 

1. เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มจำนวนสายต้น (cultivar) ให้มีปริมาณมากโดยกิ่งพันธุ์ดีไม่ต้องใช้เวลานานในการออกดอกติดผล
2. เป็นทางเลือกในการขยายพันธุ์พืชที่ไม่สามารถใช้วิธีการอื่นได้ผลสำเร็จ เช่น การออกรากของกิ่งปักชำหรือกิ่งตอนไม่มาก

3. ต้องการใช้ประโยชน์จากความทนทานต่อสภาพแวดล้อมของระบบรากในต้นตอ เช่น รากของต้นตอที่เจริญเติบโตได้ในที่มีอุณหภูมิต่ำ น้ำท่วมขัง มีความต้านทานโรคและแมลงในดินได้ดี

4. สามารถนำกิ่งพันธุ์ ที่ช่วยในการผสมเกสรให้กับต้นพันธุ์ที่ต้องการเก็บผลผลิต เพื่อให้มีการผสมข้ามพันธุ์แล้วติดผลดีขึ้น หรือเป็นต้นที่แยกเพศ (dioecious plant)

5. ทำให้ในต้นหนึ่งต้นมีหลายพันธุ์อยู่ด้วยกันเพื่อเก็บผลผลิตต่างพันธุ์หรือความสวยงาม
6. ต้นพันธุ์บางชนิดมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าเมื่อต่ออยู่บนระบบรากของอีกพันธุ์หนึ่ง
7. ต้องการให้อิทธิพลของความแคระมีผลต่อต้นตอหรือกิ่งพันธุ์ดี ทำให้ขนาดทรงพุ่มเตี้ย
8. ช่วยให้พืชที่เข้ากันไม่ได้ (incompatibility) ประสานอยู่ด้วยกันได้ โดยใช้ interstock มาต่อกิ่งอยู่ระหว่างต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี
9. ใช้สำหรับการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลำต้นที่เปลือกถูกแมลงหรือสัตว์กัดแทะหรือเครื่องมือในสวนทำให้เกิดความเสียหายจึงใช้การต่อกิ่งเชื่อมต่อส่วนเปลือกลำต้นให้เจริญเติบโตได้ตามปกติ เรียกว่า การต่อกิ่งแบบเชื่อมสะพาน (bridge grafting)
10. เพื่อการศึกษาโรคไวรัสที่สามารถถ่ายทอดจากกิ่งพันธุ์ที่สงสัยมีการติดโรคต่อกิ่งบนต้นที่อ่อนแอต่อโรค (indicator plant) ซึ่งสามารถแสดงอาการของโรคไวรัสได้ชัดเจน เป็นเทคนิคที่เรียกว่า virus indexing

 

 

 

 

 

 

 

 

 
   

 

แบบฝึกหัดบทที่7  

 

กลับหน้าเมนูหลัก