รายละเอียด

รูปภาพ  
รหัส : 4128155 ชื่อ-นามสกุล : นายยุทธจักร วงษ์วัฒนะ
ระดับ : ปริญญาโท email : Is_por@yahoo.com
ที่ปรึกษา : 200


 

หัวข้อวิทยานิพนธ์
ผลของน้ำเสียจากแหล่งชุมชนที่มีต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของถั่วเขียว
Effect of Domestic wastewater on Growth and Yield of Vigna radiata (L.) Wilzcek
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทรงเชาว์ อินสมพันธ์

หลักการและเหตุผล

ถั่วเขียวผิวมัน (Mungbean: Vigna radiata (L.) Wilzcek) เป็นพืชตระกูลถั่วที่สำคัญของประเทศไทย สามารถใช้ประโยชน์มากมายได้แก่ ถั่วเขียวต้มน้ำตาล เต้าส่วนและเพาะถั่วงอกเมล็ดถั่วเขียวนำไปผลิตทำเป็นแป้งถั่วเขียวสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ วุ้นเส้น แป้งถั่วเขียว การทำเนื้อเทียมจากโปรตีนเกษตรและการนำแป้งถั่วเขียวมาทำซ่าหริ่ม เป็นต้น (ศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท, 2543) การผลิตถั่วเขียวผิวมันนั้นในปัจจุบันยังพบว่าผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำคือประมาณ 131 กก./ต่อไร่ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2545) ทำให้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องใช้ภายในประเทศ สาเหตุที่ทำให้ผลผลผิตของถั่วเขียวผิวมันในประเทศต่ำอยู่ก็เพราะสาเหตุหลายประการ การขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกก็นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยของถั่วเขียวผิวมันยังต่ำอยู่โดยเฉพาะในฤดูปลูกปลายฝนและฤดูแล้ง (สมชาย, 2535) ในการปลูกถั่วเขียวผิวมันนั้นถ้าขาดน้ำจะส่งผลกระทบต่อขบวนการทางสรีรวิทยา และชีวเคมีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตพัฒนาการและการให้ผลผลิต (ทรงเชาว์และคณะ, 2531;Hsiao, 1973;Begg and Turner, 1976) นอกจากนี้ยังส่งผลให้ปฏิกิริยาในการสังเคราะห์แสง และการหายใจมีอัตราต่ำลงไปทำให้พืชเกิดอาการเหี่ยวเซลล์หยุดการขยายตัว และมีผลกระทบต่อขบวนการเมตาโบลิซึมต่างๆ อีกมากมาย (จักรี, 2539) การแสวงหาแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก ปัจจุบันนับว่ามีความจำเป็นอย่างมาก น้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนของเทศบาลนครเชียงใหม่ นับว่าเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งที่อาจจะสามารถนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืชได้ เพราะมีปริมาณที่มากพอสมควร เช่น ของโรงบำบัดน้ำเสียชุมชนของเทศบาลนครเชียงใหม่ มีปริมาณน้ำเสีย 25,000 ลบ.ม. ต่อวัน (เสนีย์, 2543) และเมื่อผ่านการบำบัดแล้วก็จะถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำลำคลอง น้ำในปริมาณดังกล่าวสามารถใช้ในการปลูกพืชได้มากมาย เช่น สามารถปลูกข้าวได้ถึง 3,700 ไร่/ปี (เสนีย์ , 2543) หรือถ้านำไปใช้ในการปลูกพืชอื่นๆ ที่ใช้น้ำน้อยกว่า เช่น ถั่วเขียวผิวมัน ก็จะสามารถใช้ในการเพาะปลูกในพื้นที่ที่มากกว่าอีกหลายเท่า การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียมาใช้ในการเพาะปลูกพืชในต่างประเทศ ทำกันมานานแล้ว สำหรับประเทศไทยนั้นเพิ่งทำกันจริงจังไม่นานมานี้ คือ เสนีย์และคณะ (2544)ได้ทำการศึกษาในแปลงทดลองระดับห้องปฏิบัติการและในห้องทดลองเกษตรกรรมจริง พบว่าผลผลิตการปลูกข้าวจ้าวหอมสุพรรณฤดูนาปรัง 2534 – 2544 ในแปลงทดลองห้องปฏิบัติการโดยใช้น้ำเสียทั้ง 5 ชนิด โดยข้าวที่ใช้น้ำเสีย (Raw wastewater,RW) ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อกอสูงที่สุด เฉลี่ยเป็น 29.0 กรัม/กอ ส่วนผลผลิตในแปลงเกษตรกรรมจริง พบว่าข้าวหอมสุพรรณที่ปลูกโดยใช้น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นที่สองแบบบ่อเติมอากาศ(Aerated Lagoon,AL) และน้ำบาดาลลึก 28 เมตร ที่ใช้ในนาข้าวเกษตรกรรมจริง(Ground wather,GWsw)ให้ผลผลิตโดยเฉลี่ย 769.6 และ 847.2 กิโลกรัม/ไร่สำหรับ ถั่วเขียวผิวมันนั้นยังไม่ได้ทำกัน การศึกษาในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นที่จะศึกษาผลของน้ำเสียจากแหล่งชุมชนที่มีต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของถั่วเขียวผิวมันตลอดจนผลตกค้างที่มีต่อผลผลิต
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาผลของน้ำทิ้ง 4 ชนิดคือ 1.น้ำเสีย (Raw wastewater,RW) 2. น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นต้น(Primary Treatment Effluent,PE) 3. น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นที่สองแบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge,AS) 4. น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นที่ 2 แบบเติมอากาศ (Aerated Lagoon,AL) และน้ำจากคลองชลประทาน (IW) เป็น control ที่มีต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของ ถั่วเขียวพันธุ์กำแพงแสน 2 และ พันธุ์ชัยนาท 72
2. เพื่อศึกษาถึงระดับการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก ได้แก่ Cd,Cu,Pb,Zn ในน้ำทิ้ง ทั้ง 4 ชนิดที่มีต่อผลผลิตของถั่วเขียวและต่อดิน


 

 
กลับไปหน้าหลักคลิกที่นี้